REVIEW Projector ACER P1287

วันนี้จะมานำเสนอ โปรเจคเตอร์ หรือ บางท่านอาจจะเรียกว่าเครื่องฉายภาพ ก็แล้วแต่สะดวกครับวันนี้ผมมีเครื่องโปรเจคเตอร์ ที่เหมาะสำหรับห้องประชุมขนาดใหญ่ และรองรับจอรับภาพขนาดใหญ่ๆ กันเลยทีเดียวครับ เป็นของค่ายสีเขียว คือสินค้าจากแบรนด์ เอเซอร์ (ACER) นั่นเองครับ สำหรับใครที่เป็นสาวกของแบรนด์ชั้นนำนี้อยู่ล่ะก็ ท่านมาหาข้อมูลถูกที่แล้วล่ะครับ แต่สำหรับท่านที่ไม่ค่อยชื่นชอบ หรือไม่เคยได้ยินของชื่อเสียงแบรนด์นี้ ท่านอย่าเพิ่งหนี ลองรับฟังความสามารถของเจ้าเครื่องนี้ดูซะก่อนว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างครับ ไม่แน่หลังจากคุณอ่านบทความนี้แล้ว คุณอาจจะหลงรักหรือชื่นชอบก็อาจจะเป็นได้นะครับ

 

ผมขอนำเสนอ PROJECTOR ACER รุ่น P1287 นั่นเองครับท่าน

 

 

เรามาดูกันว่า เจ้าเครื่องนี้มันมีดีอย่างไร ขอเริ่มต้นด้วยจุดเด่น ของเจ้าตัวนี้เลยนะครับ

 

Expressive display (คุณลักษณะของการแสดงผล)

High brightness, High contrast ratio ความสว่างที่สูงนั้น มีความสามารถ ในการใช้งานได้มากกว่าเครื่องที่มีความสว่างน้อย เช่น สามารถฉายให้ห้องที่ มีแสงรบกวนเยอะได้ และ จอรับภาพขนาดใหญ่ แม้กระทั่ง ห้องประชุมที่มีหน้าต่างเยอะ แถมยังไม่มีผ้าม่านอีกด้วย ทำให้แสงผ่านเข้ามานั้น รบกวนการนำเสนอของท่าน ทำให้เกิดปัญหา ต่างๆนานา ตามมา เจ้าตัวนี้ความสว่างสูงถึง 4200 ANSI LUMEN ถือว่าเหมาะสำหรับจอตั้งแต่ 70” – 120” เป็นต้น และด้วยค่า CONTRAST ที่สูงถึง 17,000 : 1 เลยทำให้ไม่มีปัญหาด้านความคมชัดของตัวหนังสือในการนำเสนอ

 

DynamicBlack™

ตัวโปรเจคเตอร์นี้ยังมี เทคโนโลยี DynamicBlack ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพโดยใช้หลอดไฟปรับกำลังแบบไดนามิกเพื่อวิเคราะห์เนื้อหาให้ตัวหนังสือชัดเจน คมชัด เวลานำเสนอครับ

 

 

รูปภาพ จำลองการใช้งานผ่านห้องประชุมที่มีแสงรบกวนเยอะ
 

Acer ColorSafe II technology

ด้วยเทคโนโลยี Acer Color Safe ll จึงทำให้สีสันนั้นดูสดขึ้น ไม่แพ้กับ เทคโนโลยีอื่นเลยครับ ลองเทียบดูจากภาพได้เลยว่าสีนั้นดูสดขึ้นจริงๆ !!! จึงทำให้ท่านที่จะนำเสนอไฟล์ VDO นั้น ดูดีขึ้นไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสีนั้นจะไม่สด ไม่สวยครับ และมาต่อกันที่ Feature ต่อไปอีกครับ แหม่ๆ Option ช่างเยอะซะเหลือเกินนะครับ อิอิ

 

 

รูปภาพเปรียบเทียบระหว่างระบบ DLP ธรรมดา กับ ใช้โหมด ColorSafe ll เข้ามาช่วย
 

Acer ColorBoost II + technology

เทคโนโลยีนี้จะคล้ายกับ ColorSafe ll แต่จะเป็นส่วนประกอบภายในตัวเครื่องเป็นส่วนใหญ่ครับ ตัวนี้จะพัฒนาด้าน วงล้อสี โดยการใส่เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า ColorBoost ll เข้าไปช่วยในการปรับเปลี่ยนสีได้มากขึ้น จึงทำให้มีสีสันที่สวยมากขึ้นครับ

 

 

3D ColorBoost

ปกติเวลาเราดูหนัง 3D ความสว่างของตัวหนังจะถูกลดลงไปประมาณ 40% รวมถึงสีของตัวหนังเองก็ด้วยครับ จึงทำให้เราต้องดูได้แต่ในห้องมืด 100% เสมือนโรงภาพยนตร์น่ะครับ เทคโนโลยีนี้ช่วยเสริมในส่วนของสีของตัวหนัง เวลาเราเปิดโหมด 3D ภาพจะสดสวยขึ้นและดึงดูดตามากขึ้นครับ บอกแล้ว ของเค้าดีจริงๆ

 

 

Enjoy the 3D experience: DLP ® 3D Ready

 

 

การใช้โหมด 3D นั้น ก็สามารถใช้ได้กับอุปรณ์หลายๆ อย่างเช่น เกมส์ เครื่องเล่น Blu-Ray เป็นต้น แต่อย่าลืมใส่แว่นกันด้วยนะครับแว่นตานั้นก็มีให้เลือกกันด้วย ถึง 2 สี กันเลยทีเดียว (ขาว/ดำ) แถมดีไซน์ ยังล้ำหน้ายิ่งกว่าใคร เรียว เบา สวย คุณภาพก็ดีอีกต่างหาก แบบนี้พลาดไม่ได้แล้วนะครับ

 

 

รูปสินค้าตัวอย่าง และ ช่องพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อต่างๆ
 

และสุดท้ายส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดอีกอย่างเวลาคุณๆ เลือกซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ นั่นคือพอร์ตการเชื่อมต่อครับพี่น้อง พอร์ตเชื่อมต่อแต่ละช่องสามารถบ่งบอก ถึงคุณภาพของเครื่องฉายแต่ละรุ่นเลยก็ว่าได้นะครับ เช่น ที่นิยมใช้เป็นอย่างมากคือ VGA หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Computer Port // D-Sub 15 pin ก็แล้วแต่จะเรียกกันนะครับ มีถึง 2 ช่องนะคับ แล้วยังมีช่องสำหรับ Out พื่อออกไปยังเครื่องโปรเจคเตอร์ตัวอื่นได้อีกด้วย ขาดไม่ได้เลยกับ HDMI Port 1 ช่องที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก คุณภาพระบบดิจิตอล กันเลยทีเดียว และอื่นๆ ที่ยังคงความดั้งเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง คือ S-Video // RCA หรือที่เรียกกันติดปากคือ AV (เหลือง) และยังมี Audio in – out เพื่อทางเลือกอื่นของเสียงครับ

 

ด้านบนตัวเครื่องจะมีปุ่มกดดังรูปภาพด้านบนไว้สำหรับในกรณี รีโมทหายก็ยังสามารถคอนโทรลได้ครับ ระบบซูมและโฟกัสภาพ เป็นระบบ Manual ควบคุมด้วยมือ เลนส์ลื่นโฟกัสง่ายมากๆครับ ตัวผมได้ไปลองสัมผัสมาแล้วครับ บอกเลยว่า เจ๋งมากๆ ครับ ถ้าไม่เจ๋งจริง กระผมไม่กล้านำมาเสนอแน่นอนครับ
ขอขอบคุณผู้ที่ติดตามนะครับ ผมน้องจุลินทรีย์ ขอลาไปก่อน…….. สวัสดีครับ
สนใจสั่งซื้อเอเซอร์โปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Projector Viewsonic PJD5155

Projector Viewsonic PJD5155 รุ่นเล็กๆ ประสิทธิภาพไม่เล็กนะครับ

เจ้าของแบรนด์โลโก้นกฟิ้นส์เจ็ดสียืนเรียงหน้ากระดาน สมญานาม Viewsonic จากแผ่นดินถิ่นสหรัฐอเมริกา โชว์น้องเล็กสุดในสายโปรเจคเตอร์ ชูคุณภาพเกินราคา เพื่อผู้ใช้งานที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก พอๆกับราคาสบายกระเป๋า

โดยตัวที่นำมายั่วน้ำลายให้ต้องตาต้องใจ เป็นอีกหนึ่งนวัฒนกรรมที่คงความเป็นเอกลักษณ์ มองเพียงครู่จะรู้ได้ทันทีว่านี้คือ ผลงานของ Viewsonic

เจ้า LightStream PJD5 Series PJD5155 โปรเจคเตอร์น้องเล็ก ผ่านการรังสรรค์เพื่อรองรับการใช้งานรอบด้าน เป็นสินค้าทรงคุณค่า เมื่อเปรียบเทียบกับสนนราคาค่าตัว

หน้าตาของ PJD5 series จะคงความเป็นเอกลักษณ์ ดูเรียบง่าย ตัวเครื่องโปร่งเพื่อการระบายความร้อนที่ดี
 

เลือกวัสดุที่ใช้ผลิตเป็นอย่างดี และใช้พื้นผิวแบบ Hair Line ส่งให้เครื่องดูแพงสมงานดีไซน์

ตัวเครื่องโค้งมนที่ดูเรียบง่าย คอนทราสสูงถึง 22,000 : 1 อัดความสว่างมาถึง 3300 ANSI Lumens การฉายภาพในห้องที่มีแสงสว่างจึงไม่ใช่ปัญหา ความละเอียดระดับ SVGA (800×600) เพียงพอสำหรับงานทุกประเภท และเทคโนโลยี SuperColor™ ช่วยสร้างช่วงเฉดสีให้กว้างขึ้น ให้ใกล้เคียงสภาพแวดล้อมของภาพมากที่สุด

แผงควบคุมอันเป็นแบบฉบับของ Viewsonic เพื่อการใช้งานในที่มืดด้วยรูปทรงปุ่มเฉพาะตัว
 

SuperColor™ สร้างสีสันให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากขึ้น และ SonicExpert™ สร้างมิติให้เสียงลำโพงมีสมดุลมากขึ้น

โปรเจคเตอร์ PJD5155 ยังได้ใช้เทคโนโลยี DynamicEco™ สำหรับการยืดอายุหลอดภาพให้นานขึ้นไปถึง 10,000 ชม. โดยลดการใช้พลังงานลง 70% อีกทั้ง Sonic Expert™ เทคโนโลยีด้านเสียง เสริมขีดขั้นความสามารถของลำโพงให้สร้างสรรค์สมดุลของเสียงได้ดีขึ้นผิดไปจากเก่า

ช่องต่อทางด้านหลังจัดมาเต็มพิกัด โดยมีช่องAnalog เช่น AV, S-Video, VGA In x2 พ่วงด้วย VGA Out x 1 และช่องสัญญาณDigital อย่าง HDMI x1 สมบูรณ์

ช่องเชื่อมต่อรองรับอุปกรณ์หลากหลาย

จากความคุ้นชินในทรรศนะ ของดีตามราคา ไม่สามารถเป็นกรอบให้กับ PJD5155 ตัวนี้ได้ ด้วยความสามารถล้นเหลือ เกินรูปร่าง ทำให้พังความเชื่อเดิมอย่างราบคาบ

รุ่นเล็กไม่จำเป็นต้องด้อยประสิทธิภาพ คุณประโยชน์พรั่งพร้อมขนาดนี้ หาได้จากเจ้า PJD5155 โปรเจคเตอร์สัญชาติอเมริกา เครื่องนี้นี่เอง

โดยหากสนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้หรือวิวโซนิคโปรเจคเตอร์รุ่นอื่นๆ สามารถเข้ามาสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector EPSON EB-X36

REVIEW Projector EPSON EB-X36 ครบเครื่องสำหรับใช้ในออฟฟิศ

ถ้าพูดถึงโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน หรือบริษัทต่างๆ หลายคนก็จะนึกถึง Epson ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในไทยมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

 

ตอนนี้ Epson ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ EB-X36 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับทั้งพีซีและเครื่องMac รวมถึงยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad หรือแม้แต่ Apple TV ได้อีกด้วย

 

 

ดีไซน์และการออกแบบ

โปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 ถือเป็นรุ่นท็อปในระดับใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน แต่ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย โดยมีความกว้างยาวอยู่ที่ 269 x 297 มิลลิเมตร และหนาเพียง 87 มิลลิเมตร ด้านหน้าของเครื่อง มีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางกลางโต๊ะ จะไม่ทำให้คนที่ทำงานด้านข้างรู้สึกร้อนไปด้วยแบบเครื่องยี่ห้ออื่น

 

 

ด้านบน เป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องและรุ่นใหม่ที่ออกมายังมีปุ่ม HOME ที่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ

 

 

ด้านล่าง พร้อมขาตั้งในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมุมซ้ายขวาสามารถปรับเอียงซ้ายขวาได้ตามใจท่านชอบเลยครับ

 

 

ด้านหลังเป็นแผงเชื่อมต่อซึ่งมีหลายช่องทางมากๆ

• HDMI 1 พอร์ต
• VGA 1 พอร์ต
• S-Video
• ช่องต่อแบบ AV 1 ชุด , พร้อม Audio ขาว-แดง
• ช่อง USB – B 1 พอร์ต
• รองรับ USB 1 พอร์ต
ส่วนกลมๆ ที่เห็นด้านขวาสุดจะเป็นเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณรีโมทครับ

 

USB Wireless LAN Adapter

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB Wireless LAN Adapter ELPAP10

 

เมื่อเปิดไฟล์นำเสนองานอย่าง Keynote ก็แสดงผลได้เป็นปกติ ตัวหนังสืออ่านได้คมชัด คืออัตราความคมชัด (Contrast Ratio) มากถึงระดับ 15,000 : 1 และให้แสงได้ในระดับ 3600 lumen คือปรับสว่างจนแสบตาได้เลย Colour Brightness หรือค่าความว่างของสีเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่เวลาซื้อโปรเจ็คเตอร์ควรต้องดู ค่าความสว่างจะมีหน่วยเป็น

 

“ลูเมนส์” (Lumens) ยิ่งมีค่ามากยิ่งทําให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์ EPSON EB-X36 จะมีค่าความสว่างของสีมากถึง 3,600 ลูแมนส์ จะเห็นว่าภาพที่ออกมาบนจอ นอกจากแสงที่สว่างแล้วยังมีสีที่ทําให้ภาพออกมาชัดเจน ลองเปิดคลิปบน YouTube ก็ให้ภาพสีสันจัดจ้าน เห็นการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย

 

 

ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีการ Built-in ลำโพงมาให้ภายในเครื่องด้วย เราสามารถตั้งเปิดเสียงผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ลำโพง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่มีลำโพงอย่างเช่น Apple TV สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย โดยลองปรับให้ดังระดับสูงสุดก็ได้เสียงที่ดังมากๆ ดังไปถึงห้องข้างๆ และเสียงก็ไม่แตก แต่ถ้าใช้งานทั่วไปแค่ระดับ 4-6 ก็พอแล้ว ทดลองใช้ต่อกับ Apple TV ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทาง HDMI ได้เลย นอกจากจะได้ภาพขึ้นจอแล้ว ยังได้เสียงออกมาทางลำโพงของเครื่องโปรเจคเตอร์อีกด้วย ทดลองใช้ดูคลิปกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด ในคุณภาพไฟล์ระดับ 1080p แต่สีที่ได้ค่อนข้างสดไปหน่อย สามารถไปปรับได้ในค่าโหมดสีภาพ

 

ภาพตัวอักษรที่ได้บนจออ่านได้ง่ายดี อันนี้ต้องยอมรับว่าหลอดภาพให้ความคมชัดสูงมากจริงๆ การปรับภาพทำได้หลายโหมด รวมถึงปรับความสว่าง, ความคม, Contrast, ค่าสีและอีกหลายค่าการแสดงผล

 

รุ่น EB-X36 นี้มาพร้อมช่องเสียบ USB ทำให้เราสามารถเสียบ Thumbdrive หรือ External Harddisk มาที่เครื่องได้ เมื่อปรับไปโหมด USB จะแสดงรายชื่อไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาบนจอ รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG หรือ GIF สามารถเปิดเป็น Slideshow ทั้ง Folder เลยก็ได้

 

ถ้าเราฉายภาพบนจออยู่แล้วอยากหยุดแสดงภาพชั่วคราว ก็มีระบบ A / V Mute คือแค่กดปุ่มบนรีโมท หรือปิดตัวเลื่อนที่อยู่ตรงเครื่องเข้ามา เครื่องก็จะทำการพักหน้าจอและปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเอากระดาษหรืออะไรมาบังแสงอีกต่อไป

 

วางเครื่องไว้ด้านข้าง ก็ยังปรับภาพแสดงผลได้ปกติ

ปัญหาของการใช้โปรเจคเตอร์ในออฟฟิศอย่างหนึ่ง คือบางครั้งเราจำเป็นต้องวางตัวเครื่องในมุมด้านข้างของจอ ซึ่งปกติแล้วก็จะได้ภาพที่เอียงและเบี้ยวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

 

โปรเจคเตอร์ EB-X36 นี้เครื่องจะปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากเลยด้วย ทำให้ไม่เสียจังหวะในการนำเสนองาน หากต้องมีการเปลี่ยนมุมของเครื่อง

 

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android

 

ความสามารถหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่น EB-X36 นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wifi ได้ โดยเราสามารถแชร์หน้าจอผ่านทางโปรแกรมที่ชื่อ EasyMP Network Projection ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันบน Mac และ PC Windows (แถมมากับ CD ในเครื่อง หรือโหลดจากเว็บ Epson ได้)

 

การใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเปิดโปรแกรม EasyMP Network Projection ขึ้นมา เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติ และเราสามารถแชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ การแสดงผลผ่านทาง Wifi จะสามารถควบคุมผ่านแผง Control บนหน้าจอ เช่นหยุดพักภาพชั่วคราวได้ สามารถซ่อนแผงควบคุมนี้ได้เช่นกัน นอกจากแชร์หน้าจอผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ขึ้นไปบนจอใหญ่ได้ด้วย โดยจะใช้งานผ่านแอพที่ชื่อ iProjection application ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีเลย

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

• หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
• หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
• มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
• ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
• การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป

สรุป

จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-X36 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

 

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว

 

โดยสรุปแล้วโปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องขนาดเล็ก มีความคมชัดที่สูงมาก นอกจากนั้นยังปรับภาพได้หลากหลาย ปรับภาพในมุมเอียงได้อัตโนมัติ รองรับการเชื่อมต่อจากหลายช่องทาง ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศที่ครบเครื่องทีเดียว
สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review PROJECTOR BENQ MX631ST

Review PROJECTOR BENQ MX631ST Short Throw Projector

ล่าสุดทาง BenQ Thailand ได้นำสินค้าสุดก้าวล้ำเทคโนโลยี เลนซ์ใหญ่ ฉายระยะใกล้ อย่างรุ่น MX631ST เข้ามาอีกแล้วครับท่าน พ่อ แม่ พี่ น้อง มาดูกันว่า รอบนี้จะมีอะไร พิเศษ น่าจับจองเป็นเจ้าของกันบ้างนะครับผม ตามมาเลยย…

ด้านหน้าเครื่อง และ Spec

 

รูปด้านหน้าของ BENQ PROJECTOR MX631ST

จากที่เห็นกันแล้วนะครับ รูปร่างหน้าตา สวยไม่แพ้รุ่นก่อนๆ เลยนะครับ แต่เดี๋ยวต้องรอชม สเปคและประสิทธิภาพของเจ้าตัวนี้กันต่อไปนะครับว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่อีกหรือป่าวว..

เอาล่ะ มาเริ่มกันดีกว่าครับ จากที่ดูข้อมูลมาแล้ว ประสิทธิภาพของเจ้าเครื่องนี้ ต้องขอแอบบอกเลยว่า สุดยอดไม่แพ้รุ่นก่อนๆ ที่เคยมีมาเลยครับ มาด้วยรูปทรงเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับพกพา ไม่ว่าจะไปประชุมเร่งด่วนที่ไหน ก็พกพาสะดวกสบาย มาพร้อมกับ ความสว่างที่ 3,200 Ansi Lumens ถือว่าสุดยอดใช่ไหมล่ะครับ ฉายใกล้ด้วย แถมความสว่างสูงอีก ค่าความละเอียด 1024×768 (XGA) ที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะงานนำเสนอ หรือ ใช้เพื่อความบันเทิง ตามมากันต่อที่ค่า คอนทราส 13,000 : 1 รับรองว่าคมชัดสะใจผู้ใช้งานแน่นอนครับ และที่ขาดไม่ได้คือ หลอดภาพครับ มาพร้อมกับระบบ SmartEco BenQ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดภาพ และ ตัวเครื่องเลยครับ สามารถใช้งานได้ 4 Mode – Normal 4,500 / Economic 6,000 / Smart Eco 6,500 / Lamp Save สูงถึง 10,000 Hr. สเปคเบื้องต้นประมาณนี้นะครับ

ด้านหลังเครื่องและ Port

 

รูปด้านหลังของ BENQ PROJECTOR MX631ST

อย่างที่เห็นจากรูปนะครับ จะเป็นด้านหลังของตัวเครื่อง ซึ่งรุ่นนี้ทำออกมาได้ประทับใจ ผู้ใช้งานอย่างมากทีเดียวครับ เพราะว่ามีช่องเชื่อมต่อสัญญาณให้เลือกใช้ได้มากกว่า รุ่นอื่นๆ หรือ แบรนด์คู่แข่งอื่นๆ นั่นเองครับ มี HDMI ให้เลือกใช้มากถึง 2 Ports ช่องที่ 1 จะเป็น HDMI ปกติ ส่วนช่องที่ 2 จะเพิ่มเทคโนโลยี MHL เข้ามานั่นเองครับผม ซึ่งจะเอาไว้ใช้กับอุปกรณ์เสริมอย่างเช่น Video Streaming Dongle Qcast ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ แบบไร้สายนั่นเองครับ มาต่อกันที่ Computer Port หรือ VGA มีให้ตามมาตรฐาน 1 ช่องสำหรับสัญญาณเข้า และ 1 ช่องสำหรับสัญญาณออก ต่อที่ S-Video ยังคงอนุรักษ์ไว้เช่นเดียวกับช่องที่รู้จักกันดีอย่าง เหลือง ขาว แดง ครับ

Short Throw Function

เอาหล่ะ จากที่ดูสเปคกันมาคร่าวๆ แล้ว ยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายแฝงอยู่ข้างในนะครับ ขอยกตัวอย่าง ประสิทธิภาพของ Function Short Throw กันนะครับ ว่ามีข้อดีอย่างไรครับ

เหตุผล อันดับแรกๆ ที่เลือกใช้ โปรเจคเตอร์ฉายระยะใกล้เลยนะครับ คือ ประหยัดเนื้อที่ใช้สอย ยกตัวอย่างในห้องประชุม ที่ปกติก็เล็กอยู่แล้ว และยังใช้เครื่องระยะปกติ ทำให้ต้องตั้งเครื่องหางจากจอมากเลยทีเดียว แถมยังเดินไป เดินมา ทำให้การนำเสนองานของท่านทั้งหลายไม่เป็นที่พึงพอใจ

ไร้แสงรบกวนครับ ลองนึกภาพตามผมดูนะครับ ว่าเราตั้งเครื่องไว้หลังห้องนั่งเล่น เวลาจะลุกจะนั่ง ก็จะทำให้มีเงา แต่ถ้าย้ายมาตั้งตรงด้านหน้าห้อง ก็จะหมดปัญหา มีเงารบกวนการนำเสนอหรือการชมภาพยนตร์ของท่านเลยล่ะครับ

สำหรับ BenQ MX631ST นั้นผู้อ่านให้คะแนนกันเท่าไหร่บ้างครับ ซึ่งถ้าหากสนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th